หนีกรุงเทพฯ  ไปอุทัยธานี ใกล้แค่นี้ 244 กิโลเมตร

หนีกรุงเทพฯ ไปอุทัยธานี ใกล้แค่นี้ 244 กิโลเมตร

อุทัยธานี อีกหนึ่งจังหวัดภาคเหนือที่น่าสนใจ อยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ ขับรถแค่ 3 ชั่วโมงหรือ 244 กิโลเมตรก็ได้ท่องเที่ยวและสัมผัสบรรยากาศอันสุดแสนพิเศษแล้ว วันนี้น้องล้านนาจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับใครที่มาเยือน จ.อุทัยธานี จะต้องแวะที่นี่ (ห้ามพลาด landmark สำคัญ) ส่วนจะมีที่ไหนบ้างมาติดตามไปพร้อมๆกันเลย

1. วัดสังกัสรัตนคีรี (เขาสะแกกรัง)

เขาสะแกกรัง เป็นภูเขาที่ตั้งกั้นเมืองอุทัยธานี อยู่ทางทิศตะวันตกก่อนที่จะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เหมือนดั่งเป็นร่มเงาให้กับจังหวัดอุทัยธานีทั้งจังหวัด แต่เดิมเรียกกันว่าเขาแก้ว เป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี เป็นวัดเก่า แก่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2443 ยอดเขาสะแกกรังเป็นดินแดนที่ชาวอุทัยยกให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของเมืองอุทัยธานีมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่ชาวเมืองต่างให้ความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหลังใหม่ฝั่งตรงข้ามบันไดทางขึ้นยอดเขาสะแกกรัง

เครดิตรูปภาพ: Nattadit Tantaprasad 

 

2. วัดท่าซุง (วัดจันทาราม)

วัดท่าซุงเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ทุกวันนี้เรายังคงเห็นวิหารขนาดเล็กเป็นประจักษ์พยานนั้น ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติฝีมือช่างพื้นบ้านที่สันนิษฐานว่าน่าจะเขียนขึ้นในภายหลัง รวมทั้งธรรมาสน์ที่หลวงพ่อใหญ่ ผู้บูรณะวัดแห่งนี้ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ตาม วัดท่าซุงได้รับการพัฒนาขึ้นมากมาย โดยพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) พระเถระผู้มีชื่อเสียง และมีคุณูปการต่อวัดแห่งนี้ ท่านได้สร้างอาคารต่าง ๆ เช่น พระอุโบสถหลังใหม่ที่ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม มีบานหน้าต่างและประตูด้านในเขียนภาพเทวดา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน มาตัดลูกนิมิตพระอุโบสถแห่งนี้ และบริเวณโดยรอบยังมีการสร้างกำแพงแก้ว มีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่าอยู่ตรงมุมกำแพงด้านหน้า มีวิหารแก้วอันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และสรีระของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย นอกจากนี้ไฮไลต์ที่น่าชมของวัดท่าซุงคือ ปราสาททองคำ ซึ่งได้รับการตกแต่งด้วยทองคำตระการตา มีความประณีตงดงาม โดยสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวาระที่ทรงเสวยราชย์เป็นปีที่ 50 และทางสำนักพระราชวังได้ตั้งชื่อปราสาททองคำใหม่ว่า "ปราสาททองกาญจนาภิเษก" อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเท่านั้น วัดท่าซุงยังเป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรม ซึ่งมีศาลาหลายหลังสำหรับฝึกสมาธิและมีที่พักให้กับอุบาสกอุบาสิกาที่สนใจอีกด้วย

เครดิตรูปภาพ: Tourism Authority of Thailand

 

3. มณฑปแปดเหลี่ยม วัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์)

วัดอุโปสถาราม เดิมชื่อ "วัดโบสถ์ มโนรมย์" ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง ฝั่งตรงข้ามกับตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี เข้าใจว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณปี พ.ศ. 2324 บ้างชาวบ้านนิยมเรียกวัดนี้สั้น ๆ ว่า "วัดโบสถ์" วัดอุโปสถารามได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2325

มณฑปแปดเหลี่ยมเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของวัดอุโปสถาราม ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง มณฑปหลังนี้หลวงพิทักษ์ภาษา (บุญเรือง พิทักษ์อรรณพ) ตั้งใจสร้างถวายให้พระสุนทรมุนี (จัน) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี (ฉายา เดิมเป็นพระครูอุทัยธรรมนิเทศ) จำพรรษา แต่เมื่อสร้างเสร็จในพ.ศ. 2442 พระสุนทรมุนีมรณภาพ จึงใช้เป็นสถานที่ตั้งศพ และหลังจากนั้นใช้เป็นที่ประดิษฐานอัฐิพร้อมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ของท่าน ปัจจุบันได้บูรณะซ่อมแซมใหม่จัดเป็นโบราณสถานที่ทรงคุณค่าและเป็นมรดกที่ทรงคุณค่าของชาวอุทัยธานี

เครดิตรูปภาพ: Tourism Authority of Thailand

 

4. วัดถ้ำเขาวง

วัดถ้ำเขาวง ตั้งอยู่ในตำบลบ้านไร่ อยู่ห่างจากอำเภอ 12 กิโลเมตร ตัววัดเป็นอาคาร 4 ชั้น มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบไทย ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์รวมทั้งร้านขายของ ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ ส่วนโบสถ์จะอยู่ชั้นที่ 4 สร้างด้วยไม้สักและไม้มะค่า รวมทั้งไม้เก่าจากเรือนไทยแถวอยุธยา อ่างทอง หลังคานำมาจากลำพูน ช่างที่เข้าตัวเรือน รวมทั้งทำส่วนตัวเหงา ป้านลม และจั่ว มาจากอยุธยา

การจัดภูมิทัศน์ในวัดถือว่าสวยงาม ฉากหลังเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน ด้านหน้ามีบ่อน้ำซึ่งมีปลาอาศัยอยู่มากมายและสวนที่ตกแต่งด้วยหิน ไม้ดัด และไม้ประดับ ระหว่างทางเดินที่จะขึ้นไปชมถ้ำ จะผ่านน้ำตกเทียมที่ดูเข้ากับบรรยากาศ ที่เขาด้านหลังจะมีถ้ำอยู่ 7-8 ถ้ำ บางถ้ำเป็นที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ บางถ้ำเป็นถ้ำค้างคาว บางถ้ำมีหินงอกหินย้อยให้ชม บนเขามีที่ราบกว้างมีต้นไม้หลายชนิด เช่น ไม้ยาง ไม้มะค่า ไม้เสลา เป็นต้น 

เครดิตรูปภาพ: Sabtarin

 

5. ถนนคนเดินตรอกโรงยา

เสน่ห์ของ ถนนคนเดินตรอกโรงยา ก็คือ บ้านเรือนไม้เก่าๆ ที่ทุกวันเสาร์ บนถนนสายเล็กๆ แห่งนี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างพากันมาเดินเที่ยว กินอาหารอร่อยๆ ขึ้นชื่อของเมืองอุทัยธานี ผู้คนในชุมชนจะเปิดบ้านชาวจีนในสมัยก่อนหลายหลัง รวมถึงมีการเล่าถึงประวัติของตรอกโรงยาในสมัยก่อน ให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ทราบกัน นอกจากจะอิ่มความรู้กันแล้ว แถมยังได้ซื้อของฝากเล็กๆ น้อยๆ กลับมาฝากคนที่บ้านอีกด้วย ซึ่งถนนคนเดินตรอกโรงยา เป็นถนนคนเดินที่เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของภาคเอกชน และภาคประชาชน และมหาวิทยาลัยนเรศวร เป้าหมายที่สำคัญ คือ การปลุกชุมชน ด้วยการสร้างจุดเริ่มต้นของห้องเรียนชีวิต การเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ระหว่างคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ด้วย พลังความร่วมมือของคนในชุมชน และยังเป็นสถานที่พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของประชาชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน อันจะก่อให้ เกิดความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตของชาวอุทัยธานี นำไปสู่การพัฒนาเมืองให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

เครดิตรูปภาพ: tripandteach.com

 

6. หุบป่าตาด

สถานที่ที่เต็มไปด้วยความพิศวงทางธรรมชาติจนได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยือน โดยหุบป่าตาดแห่งนี้มีลักษณะเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ที่ภายในคือผืนป่าอันน่าพิศวง และเต็มไปด้วยความน่าทึ่งมากมาย ถ้ำหุบป่าตาดนั้นค้นพบโดยพระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง เมื่อปี พ.ศ. 2522 ครั้งนั้นพระครูได้ปีนลงไปในหุบเขานี้แล้วพบว่ามีต้นตาดขึ้นอย่างดาษดื่น ซึ่งต้นตาดนั้นจัดเป็นไม้ดึกดำบรรพ์ตระกูลเดียวกับปาล์ม ท่านจึงได้เจาะถ้ำเพื่อเป็นทางเข้าไปสู่หุบป่าตาดนั้นในปี พ.ศ. 2527 ต่อมากรมป่าไม้ (กรมอุทยานแห่งชาติในปัจจุบัน) ได้ประกาศให้ที่นี่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีค่ายิ่งต่อจังหวัดอุทัยธานี รวมทั้งประเทศไทย เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แปลกตาด้วยพันธุ์ไม้ หายากมากมายหลายชนิด เช่น เต่าร้าง เปล้า คัดค้าวเล็ก ขนุนดิน เป็นต้น ทั้งนี้ หุบป่าตาดอยู่ในความดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ส่วนการเดินเข้าไปสู่หุบป่าตาดนั้น จะต้องเดินผ่านทางเดินในโถงถ้ำที่มืดสนิท และปลายทางคือปล่องขนาดใหญ่ที่มีแสงส่องลงมา พร้อม ๆ กับเผยให้เห็นภาพอันน่ามหัศจรรย์ของป่าตาด ราวกับว่ากำลังหลุดอยู่ในโลกยุคดึกดำบรรพ์อย่างไรอย่างนั้น โดยลักษณะของป่าที่พบนั้น คล้ายป่าดงดิบ มีความชุ่มชื้นสูง และในช่วงกลางวันจะมีแสงอาทิตย์สาดส่องลงมากลางหุบที่ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนสูงชัน ภายในหุบป่าตาดมีบรรยากาศเย็นสบาย ร่มรื่น เหมาะสำหรับเดินชมธรรมชาติ และสัมผัสกับความงามที่ไม่มีที่ไหนเหมือน

เครดิตรูปภาพ: Tourism Authority of Thailand

 

7. น้ำตกผาร่มเย็น

ตั้งอยู่ที่บ้านใหม่ร่มเย็น อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี สายน้ำสีขาวที่ทิ้งตัวลงมาจากป่าทึบอยู่เบื้องล่าง คือภาพความงดงามจากธรรมชาติที่คุณสามารถดื่มด่ำได้จากริมถนน ซึ่งความชุ่มฉ่ำของน้ำตกผาร่มเย็นแห่งนี้ เกิดจากสายน้ำที่ไหลลงมาเป็นม่านบาง ๆ ดูคล้ายฝนโปรยลงมา ตามหน้าผาดินเขียวครึ้มด้วยมอสเฟิร์นที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ท่ามกลางผืนป่าบริสุทธิ์ให้ความสดชื่น และด้วยเหตุนี้เองชาวอุทัยธานีจึงยกย่องว่า ที่นี่คือน้ำตกสวยงามที่สุดของจังหวัดที่คนรักความชุ่มฉ่ำของสายน้ำไม่ควรพลาด

เครดิตรูปภาพ: Tourism Authority of Thailand

 

8. บ้านสวนจันทิตา

บ้านสวนจันทิตา โฮมสเตย์ที่ดึงตัวตนของพรรณไม้ให้เข้ากับธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ บ้านไม้รูปทรงสวยแปลกตามีต้นไม้ขนาดใหญ่ขนาบข้าง เกิดจากแนวคิดของผู้เป็นเจ้าของที่ต้องการสร้างบ้านให้อยู่ท่ามกลางต้นไม้ มิใช่ตัดต้นไม้เพื่อสร้างพื้นที่ให้บ้าน สถาปนิกผู้ออกแบบจึงต้องหลบหลีกมุมสร้างบ้านบริเวณพื้นที่ว่างเพื่อให้แมกไม้ยังเติบโตได้อย่างอิสระ ซึ่งผลลัพธ์อันคุ้มค่านอกจากรักษาต้นไม้ไว้ได้แล้ว ทั่วบริเวณบ้านยังมีร่มเงาที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเย็นสบายด้วย โฮมสเตย์ที่นี่มีเพียง 4 หลัง แต่ละหลังมีห้องน้ำในตัว ทีวี เครื่องปรับอากาศ มีไว้อย่างครบถ้วน เดินลงจากบ้านจะพบกับชานไม้ขนาดใหญ่ที่เชื่อมบ้านทั้ง 4 หลังให้เดินถึงกันได้ ภายในห้องตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่สวยงาม กระจกบานใหญ่เปิดให้แสงธรรมชาติลอดเข้ามาจึงรู้สึกโล่งโปร่งสบาย ชานหน้าบ้านมีระเบียงให้เราออกมานั่งรับลมเย็นๆ มองไปทางไหนเห็นแต่ต้นไม้เขียวขจี สามารถใช้เวลานอนเล่นที่เปล และนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ริมระเบียงได้อย่างใกล้ชิดธรรมชาติ

เครดิตรูปภาพ: sabtarin

 

9. อยู่แพ แม่น้ำสะแกกรัง

                แพที่พักบนแม่น้ำสะแกกรัง เรียบง่าย สงบ ใกล้ธรรมชาติ เรียนรู้วิถีชีวิตชาวแพอย่างใกล้ชิด ใกล้ที่พักเพียง 200เมตร สามารถเดินชมเมืองหรือปั่นจักรยานไปวัดสำคัญ และชิมของอร่อยในตลาดยามเช้าเมืองอุทัยธานี พักผ่อนกับบรรยากาศสุดชิวและยังสามารถพายเรือ เล่นน้ำ พร้อมบริการเสื้อชูชีพอีกด้วย ที่พักนี้เหมาะกับคู่รัก, ครอบครัว, และ เพื่อนกลุ่มใหญ่ ที่ต้องการประสบการณ์สโลว์ไลฟ์ในจังหวัดเล็กๆ ไม่ไกลกรุงเทพ

เครดิตรูปภาพ: edtguide.com

 

เห็นไหมว่า จ.อุทัยธานี มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเยอะแยะไปหมด วันหยุดนี้ใครไม่รู้จะพาคนรู้ใจไปพักผ่อนที่ไหน น้องล้านนาแนะนำให้เก็บกระเป๋ามาสโลว์ไลฟ์กันที่ จ.อุทัยธานี กันดีกว่า มาหยุดเวลาและสัมผัสบรรยากาศแบบชิลๆ ไปด้วยกันนะเจ้า…. อ่านและเขียนรีวิว เที่ยวเหนือได้ที่ www.gonorththailand.com

5 2 117
User Pic
ผู้เขียน Go North Thailand
วันที่ 2017-06-06 13:14:47
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Static page link to out partner