เที่ยวเมืองน่าน...สัมผัสธรรมชาติแห่งดอยสวนยาหลวง

เที่ยวเมืองน่าน...สัมผัสธรรมชาติแห่งดอยสวนยาหลวง

 

จังหวัดน่าน มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และที่นี่สวนยาหลวงเป็นสถานที่เที่ยวแห่งใหม่ ที่กำลังมีชื่อเสียง

สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากขึ้นไปชื่นชมธรรมชาติ ของดอยแห่งสวนกาแฟ

ที่อดีตคือดงฝิ่นผืนใหญ่ของเมืองไทย จึงต้องไปสำรวจดูให้เห็นกับตาสักหน่อย

ไหนๆ ไปจังหวัดน่านทั้งที ก็ต้องแวะเที่ยวตามจุดสวยๆไปด้วย ให้คุ้มค่ากับวันหยุดครั้งนี้

 

วันที่ 2 ก.ย. เวลา20.00 น.ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดน่าน

วันที่ 3 ก.ย. เวลา06.00น. เดินทางมาถึงอุทยานแห่งชาติขุนสถาน

แวะชมวิวสวยๆ และอากาศที่เย็นสบาย นั่งจิบกาแฟจากร้านค้าเล็กของทางเจ้าหน้าที่

การเดินทางมาที่อุทยานแห่งชาติขุนสถาน

ใช้เส้นทางจาก อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ใช้ทางหลวง หมายเลข 1216 ประมาณ 30 กิโลเมตร

แต่ถนนคดโค้งและสูงชันขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่นี่ก็สวยงาม นั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นกับทะเลหมอกบางๆ

 

ก่อนที่จะออกเดินทางต่อเข้าไปจังหวัดน่าน โดยใช้เส้นทางจาก อ.นาน้อย ทางหลวงหมายเลข 1026 มุ่งหน้าสู่ อ.เวียงสา

ถึงอ.เวียงสาใช้ทางหลวงหมายเลข 101  จาก อ.เวียงสา ถึงตัวเมืองน่าน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

8.30 น.ถึงร้านอาหารที่ตัวเมืองน่าน คือร้าน”ข้าวซอยเทศบาล” อยู่บนถนนสุนทรเทวราช ไม่ไกลจากสวนสาธารณะศรีเมือง

ที่ร้านมีทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวซอยและอาหารพื้นเมืองอย่างอื่น

บรรยากาศสบายๆสไตล์พื้นเมืองตกแต่งสวยงาม

บรรยากาศภายในร้าน

หลังจากท้องอิ่ม ก็ได้เวลาเดินเที่ยวชมเมืองน่าน

เริ่มจากวัดพระธาตุช้างค้ำ ที่เด่นตระหง่านอยู่กลางเมืองน่าน วัดภูมินทร์ วัดที่มีภาพเขียนอันสวยงาม

วัดหัวข่วงและข่วงเมืองคือสถานที่จัดงานวัฒนธรรมต่างๆ ของ จ.น่าน และไม่ลืมที่จะไหว้ศาลหลักเมืองน่านที่วัดมิ่งเมือง

เพื่อความเป็นศิริมงคลที่ได้มาเยือน ก่อนเดินทางต่อ ก็ไปชมอุโมงค์ต้นไม้อันสวยงามหน้าพิพิธภัณฑ์สถานจังหวัดน่าน

วัดพระธาตุช้างค้ำ

ในตัวเมืองน่านสามารถนั่งรถสามล้อชมเมืองชั่วโมงละ 150 บาท หรือจะนั่งรถรางก็มีบริการเป็นรอบๆ

ติดต่อซื้อตั๋วได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตรงข้ามวัดภูมินทร์

บนรถรางก็จะมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ ตลอดเส้นทางที่รถรางวิ่งรอบเมือง

วัดภูมินทร์ วัดที่มีพระอุโบสถเป็นเอกลักษณ์แบบจตุรมุข หนึ่งเดียวของเมืองไทย และภาพเขียนฝาผนังอันงดงาม

 

ภาพเขียน”กระซิบรักบรรลือโลก”ของปูม่านย่าม่าน ที่ผนังอุโบสถ ในวัดภูมินทร์

จุดเด่นและเอกลักษณ์ของเมืองน่านที่เห็นได้ชัด คือ สถาปัตยกรรมจากงานไม้ของชาวบ้าน และโบราณสถานต่างๆ

ที่เห็นแล้วจะรู้สึกประทับใจในลวดลาย ความปราณีต บ่งบอกถึงฝีมือ ของช่างสิบหมู่เมืองน่านได้เป็นอย่างดี

เสาหลักเมืองและศาลหลักเมือง จ.น่าน

วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนสุริยพงศ์ เป็น เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน

ประวัติของวัดมิ่งเมืองคือ เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สองคนโอบ

พบที่ซากวิหาร ในราวปี 2400

เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าครองนครน่านสถาปนาวัดใหม่ ตั้งชื่อว่า วัดมิ่งเมือง ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า เสามิ่งเมือง

ต่อมาปี 2527 ได้มีการรื้อถอน และสร้างอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบล้านนาร่วมสมัยแบบในปัจจุบัน

 

อีกวัดหนึ่งของ จ.น่าน ที่ไม่ควรพลาดคือวัด “ศรีพันต้น” วัดที่มีวิหารสีทองอร่ามตระการตา มีพญานาคสีทองเฝ้าอยู่ประตูวิหาร

วัดแห่งราชวงศ์ภูคา โดยพระเจ้าพันต้น เป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน

เดินเที่ยวในเมืองน่านพักใหญ่ ก็เดินทางกันต่อไป อ.ปัว จ.น่าน

12.15 น. เดินทางมาถึง อ.ปัว และตรงไปที่วัดภูเก็ต อีกวัดหนึ่งที่สวยงามแห่ง อ.ปัว กับระเบียงชมวิวทุ่งนากว้างไกลสุดตา

ความโดดเด่นอีกอย่างของวัดนี้คือ เป็นวัดที่มี ”โรงแรมธรรมะ” อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าวัดทำไมถึงมีโรงแรม

สถานที่นี้หมายถึง ที่ที่ผู้มาปฏิบัติธรรมหรือทัศนศึกษาสามารถค้างแรมได้ สร้างอยู่ใต้อุโบสถของวัดนี้

วัดนี้ยังเป็นที่สอนปริยัติธรรมแก่ภิกษุ สามเณรที่ทันสมัยที่สุดอีกด้วย

วิวทุ่งนามองจากระเบียงวัดภูเก็ต

ทุ่งนาสีเขียวที่ใกล้เก็บเกี่ยวในอีกไม่นาน

ระเบียงชมวิว ที่เป็นจุดชมทุ่งนาสีเขียวขจีในหน้าฝน

 

วัดภูเก็ต ยังส่งเสิมการทอผ้าไทลื้อของชุมชนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

เป็นผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นเมือง ที่ทำจากผ้าใยสังเคราะห์ธรรมชาติ มีร้านจำหน่ายในวัดชือ “ภูเก็ตผ้าทอ”

12.45 น.เดินทางต่อไปที่ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ หรือร้านลำดวนผ้าทอ

เพื่อรับประทานอาหาร กลางวันแบบพื้นเมืองง่ายๆ นั่งดื่มกาแฟพักผ่อน และชมวิวสวยๆ อันเป็นที่ขึ้นชื่อของร้านนี้

ดูผ้าทอหลากสีที่ตากกับราวสะพานไม้ ตัดกับทุ่งนาเขียวๆ ที่มองแล้วรู้สีกถึงการได้พักผ่อนจริงๆ

 

ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ

ตอนนี้มีชื่อเสียงติดหนึ่งใน 10 สถานที่ท่องเที่ยวใน จ.น่าน ที่คนที่มาเที่ยว อ.ปัวจะต้องแวะเวียนมาดื่มกาแฟซักแก้ว

นั่งศาลากาแฟที่เรียงราย และไม่ลืมที่จะหาของฝาก คือผ้าทอพื้นเมืองสวยๆ ติดมือกลับบ้าน

13.30 น. พักผ่อนหายเหนื่อยจึงได้เดินทางออกจาก อ.ปัว ต่อไปที่ อ.ท่าวังผา

เพื่อมุ่งหน้าสู่บ้านสันเจริญ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่จะขึ้นสู่ดอยสวนยาหลวง

14.45 น. เดินทางมาถึงบ้านสันเจริญ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1148

จาก อ.ท่าวังผามุ่งหน้า อ.เชียงคำ จ.พะเยา มาประมาณ 18 กิโลเมตร

จะเจอทางแยกซ้ายมือ มีป้ายบอกชัดเจนไปบ้านสันเจริญประมาณอีก 17 กิโลเมตร

ถนนจากนี้เป็นทางลาดยาง คอนกรีตแคบ คดโค้ง และสูงชันเป็นบางช่วงต้องใช้ความระมัดระวัง

และต้องให้สัญญาณเสียง กับรถที่วิ่งสวนทางมา

ถนนที่คดโค้งสู่บ้านสันเจริญ

มาถึงหมู่บ้านนัดพบกับคุณกริช เจ้าของร้านกาแฟสวนยาหลวง และเป็นคนจัดเตรียมรถ และอาหารไว้ให้

เพื่อดูแลเราข้างบนดอยสวนยาหลวง ได้รับการต้อนรับดูแลอย่างดี พร้อมกับข้อมูล

 

เมื่อจัดกระเป๋าอุปกรณ์ต่างๆ เสร็จ

ก็ต้องนั่งรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อของชาวบ้าน ต่อไปยังดอยสวนยาหลวง ใช้เวลาอีกร่วมชั่วโมง

เหตุผลเพราะเส้นทางต่อจากนี้จะสูงชัน และลื่น บางช่วงบางแห่งชำรุด ต้องใช้ความชำนาญและความคุ้นเคยของคนพื้นที่

สองฝั่งถนนจะเป็นป่าไผ่บ้าง ไร่กาแฟบ้าง ไปจนตลอดเส้นทาง จนถึงจุดถนนขาด

ต้องลงเดินแบกสัมภาระต่ออีกประมาณชั่วโมง จึงจะถึงกระท่อมที่แคมป์แรก

วันนี้อากาศปิด คงมองไม่เห็นแสงเย็นจึงได้พักผ่อนที่กระท่อมในแคมป์แรกก่อน

สวนกาแฟสองฝั่งถนนสู่ดอยสวนยาหลวง

บนดอยสวนยาหลวงไม่มีไฟฟ้า นอกจากพลังงานไฟจากแบตเตอรี่สำรองที่ชาวบ้านเตรียมขึ้นมา

กระท่อมที่พักบริเวณแคมป์แรก

ตอนเย็นๆ ที่นี่มีหมอกปกคลุมไปทั่ว อากาศเย็น บรรยากาศรอบๆ บริเวณแคมป์แรก

เป็นกระท่อมที่ชาวบ้านสร้างไว้เพื่อมาพักสำหรับดูแลสวนกาแฟ

จึงไม่มีสิ่งของ อำนวยความสะดวก นอกจากห้องน้ำ มื้อเย็นทานอาหารพื้นบ้าน

โดยทาง คุณกริชจัดเตรียมให้ ได้บรรยากาศดีกับการทานอาหารที่วางบนใบตองแบบชาวบ้าน

อาหารเย็นแบบพื้นบ้าน

19.30 น. หลังรับประทานอาหารเย็น ก็ออกมานั่งพักผ่อนที่หน้ากระท่อม นั่งมองดูดาว

ในคืนนี้โชคดีฟ้าเปิดให้เห็นบ้าง มากพอสมควรกับอากาศเย็นสบาย ที่รอบๆ กระท่อมครึ้ม ไปด้วยต้นกาแฟ ปลูกเรียงราย

ทางช้างเผือกที่สวนยาหลวง

 

05.30 น. รุ่งเช้าของวันที่ 4 ก.ย. ตื่นนอนล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย

เตรียมตัวเดินขึ้นยอด สวนยาหลวง เพราะต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงจากที่นี่

ทางชาวบ้านบอกเมื่อคืนมีคนงาน มาซ่อมทางแล้ว รถกระบะมาได้จากช่วงที่ถนนขาด

ให้รอก่อนดี๋ยวจะขึ้นไปส่งด้านบนยอดดอย

สภาพเส้นทางขึ้นดอยสวนยาหลวง

ในตอนเช้าที่บ้านพักมีหมอกหนา อากาศเย็นอุณหภูมิประมาณ 19 องศา

รถกระบะพาขึ้นไป ก็เจอช่วงทางขาดชาวบ้านต้องช่วยกันซ่อมทางเป็นจุดๆเพื่อให้รถผ่านไปได้

จากบ้านพักขึ้นมา ถึงยอดดอยใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ

ผ่านสวนกาแฟมาจึงเริ่มเห็นทุ่งหญ้าโล่งๆ บนเนินที่เรียงรายบนดอยสวนยาหลวง

วันนี้บนดอยหมอกหนาแต่ยังคงเห็นความสวยงามของทุ่งหญ้า

รถกระบะพาขึ้นมาถึงบนดอยสวนยาหลวง

 

ดอยสวนยาหลวง มีความสูงประมาณ 1400 เมตรจากระดับน้ำทะเล

มีพื้นที่กว้างครอบคลุมติดต่อ ทั้ง อ.ท่าวังผา จ.น่าน

และ อ.ปง จ.พะเยา ที่นี่จึงสามารถชมวิวได้ทั้งสองอำเภอ จุดยอดดอย

สวนยาหลวงนี้มีศาลาพักนั่งเล่น มีพระพุทธรูปประดิษฐานยืนอยู่ ซึ่งสามารถกางเต๊นท์ได้แต่ลมแรงหน่อย

ยามแสงพระอาทิตย์ลอดผ่านเมฆลงมาในยามเช้าจะสวยงาม ตัดกับต้นหญ้า ที่เขียวขจี

 

ที่นี่ถือว่าเป็นจุดชมวิวและพักผ่อนที่สวยงาม อากาศบริสุทธิ์ เดินชมวิวได้รอบ

ทำให้มี นักท่องเที่ยวหลายคนเดินทางขึ้นมาเที่ยวชม

ถ่ายรูปหรือนั่งชมวิวเพลินๆ พร้อมกับจิบกาแฟ ที่คุณกริชแบกขึ้นมาชงให้ทานกันแบบสดๆ บนนี้

ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าที่นี่เมื่อก่อนคือ ไร่ฝิ่น ผืนใหญ่ จนได้ชื่อว่า ”สวนยาหลวง”

แต่พอมีโครงการหลวงเข้ามาแนะนำ ชาวบ้านก็เลิกปลูกฝิ่น และหันมาปลูกกาแฟแทน

อาณาบริเวณสวนกาแฟที่นี่ก็มีมากร่วมสองพันไร่

และกลายเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของชาวบ้านสันเจริญ ที่เป็นชาวเขาเผ่าเมี่ยน ที่มีประมาณสองร้อยครอบครัว

 

จากยอดดอยจะมองเห็นพื้นที่โดยรอบ

 

บรรยากาศยามเช้า ที่สวยงามและโรแมนติกมากบนดอยสวนยาหลวง มองเห็นยอดเขา สลับซับซ้อนเรียงรายโดยรอบ

 

พระพุทธรูปประดิษฐานยืนเด่นตระหง่านบนเชิงดอยด้านบน

ป้ายสวนยาหลวง ที่อยู่ระหว่าง จ.น่าน กับ จ.พะเยา

สายหมอกที่ลอยปกคลุมดอยสวนยาหลวง

หมู่บ้านสันเจริญมองจากดอยสวนยาหลวง

 

จากบนนี้จะมองเห็นหมู่บ้านสันเจริญอยู่เบื้องล่าง ที่จะมีหมอกลอยปกคลุมไปทั่ว

ชาวบ้านแนะนำว่า ช่วงปลายเดือนตุลาคมจะมีการเก็บเมล็ดกาแฟ

หากมาช่วง เวลานั้นจะได้ช่วยชาวบ้านเก็บกาแฟด้วย การเดินทางสะดวกกว่าช่วงนี้

เพราะฝนไม่ตกถนนจากหมู่บ้าน จะไม่พังจากน้ำที่หลากลงไป

อีกบรรยากาศยามแสงแดดสาดส่อง

บรรยากาศตอนประมาณ 08.20 น.

 

08.30 น. เดินทางกลับลงมาที่แค้มป์แรก

หลังจากนั่งชมวิวสวยๆแล้ว ก็ได้เวลาอาหารเช้าแบบง่ายๆ คือข้าวต้มทรงเครื่อง ที่ทางคนดูแลจัดเตรียมไว้ให้

ก่อนเตรียมตัวเก็บของเดินทาง ลงจากดอยสวนยาหลวง เพื่อกลับไปยังหมู่บ้าน

 

ต้นกาแฟที่มีมากมายบนสวนยาหลวง

 

นั่งรถกลับลงมาก็จะเจอต้นกาแฟที่กำลัง ออกเมล็ดแก่ใกล้เก็บเกี่ยวอยู่เต็มไปหมดทั้งสองข้างทาง

ช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงพฤศจิกายน จะเป็นช่วงเก็บกาแฟของชาวบ้านที่สันเจริญ

หากจะมาเที่ยวชมสวนยาหลวงช่วงนั้น อาจจะต้องเสียเวลาในการขึ้นลงเพราะจะมีรถสวนทาง

จึงจำเป็นต้องกำหนดเวลาในการขึ้นลง เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางขนกาแฟของชาวบ้าน

 

ถนนพังนักท่องเที่ยวต้องเดินลงมารอรถอีกจุด

 

10.00 น. เริ่มออกเดินทางกลับ ลงมาข้างล่างถนนบางช่วงพัง ชาวบ้านต้องซ่อมปรับทา

เพื่อให้รถกลับลงมาได้ กว่าจะถึงหมู่บ้านก็เกือบ 11 โมง

ชาวบ้านแนะนำให้ไปชมน้ำออกรู ที่เป็นสถานที่อันซีนของหมู่บ้าน

ลักษณะเป็นรูน้ำขนาดไม่ใหญ่มาก มีน้ำไหลออกมาตลอดเวลา จนเป็นสายน้ำที่ไหลผ่านหมู่บ้าน

 

น้ำออกรู ที่บ้านสันเจริญ

11.00 น. หลังจากไปชมน้ำออกรู ก็มาในหมู่บ้านเพื่อทานอาหารกลางวัน

ชาวบ้านแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆให้ ร้านก๋วยเตี๋ยวที่นี่รสชาติอร่อย ราคาถูก ธรรมดา 20 บาท พิเศษ 30 บาท

มีทุกเส้นที่ต้องการ มีทั้งหมู ไก่ และเนื้อให้เลือกรับประทาน

ร้านก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้านสันเจริญ

บรรยากาศในหมู่บ้านสันเจริญ ที่เป็นชาวเขาเผ่าเมี่ยน จะมีเด็กๆ คนแก่เดินไปมา พูดคุยกันด้วยภาษาท้องถิ่น

อัธยาศัยดี ยิ้มแย้ม และให้การต้อนรับดี

กิจวัตรคือ การนั่งปักผ้า หรือถ้าผู้ชายก็จะจักรสานอุปกรณ์ทำมาหากินต่างๆ

 

12.00 น. เดินทางออกจากหมู่บ้านสันเจริญ อ.ท่าวังผา มุ่งน้าสู่ จ.แพร่

14.30 น. เดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์ บ้านเทพ ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองแพร่ ถนนเทศบาล 2 ไม่ห่าง

จากประตูชัยเมืองแพร่ มากนัก พิพิธภัณฑ์บ้านเทพถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้อีกแห่งของ จ.แพร่

เจ้าของได้นำสิ่งของสะสมของเก่าโบราญมากมายซึ่งเป็นของบิดามาจัดเป็นสัดส่วนไว้ให้ชม

ทั้งเครื่องเงินพดด้วง ชุดเกราะของนักรบโบราญ เครื่องเฟอร์นิเจอร์เครื่องลายคราม

และที่โดดเด่นก็คือ ประตูไม้สักสูง 6 เมตรที่สร้างจากต้นสักขนาดใหญ่เพียงต้นเดียว

เงินพดด้วงต่างๆที่จัดโชว์ไว้ในตู้

 

พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ ยังมีสิ่งของสะสมที่สวยงามต่างๆ อีกมากมายที่หาชมได้ยาก ให้ไปศึกษาหาความรู้

เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 09.00 น.ถึงเวลา 17.00 น.

16.20 น.เดินทางถึง อ.วังชิ้น จ.แพร่ เพื่อแวะชมบ่อน้ำร้อนแม่จอก ใน ต.แม่ป้าก

ห่างจากอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัยประมาณ 3 กิโลเมตร

ภายในบริเวณกว่า 10 ไร่ จะมีบ่อน้ำแร่กำมะถัน ที่มีอุณหภูมิสูงถึง 80 องศา ตั้งอยู่หลายบ่อ

มีห้องอาบน้ำแร่ไว้บริการทั้งแบบรวมหรือแบบเป็นส่วนตัว มีห้องนวดแผนไทย

บ่อน้ำร้อนแม่จอก

 

และยังมีสระว่ายน้ำแร่กลางแจ้ง บ่อต้มไข่ หรือแม้แต่ร้านอาหาร เครื่องดื่มต่างๆ

กับของที่ระลึกก็มีบริการที่บ่อน้ำร้อนแม่จอก

การเดินทางจากจังหวัดแพร่ใช้ทางหลวง หมายเลข 1023  จาก อำเภอลอง ใช้ถนนสายลอง-วังชิ้น

 

เป็นอีกหนึ่งทริปที่ประทับใจกับการเดินทางขึ้นเหนือมาเที่ยวจังหวัดน่านและ จ.แพร่ ในครั้งนี้

ที่ได้พบเจอความสวยงามในหน้าฝน กับผืนป่า ทุ่งนาสีเขียวสดชื่นสบายตาสบายใจ

หากใครที่ยังไม่รู้ว่า วันหยุดนี้จะไปไหน ก็ลองมาเที่ย วจ.น่าน ดูวิถีชีวิต และธรรมชาติของที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง

แล้วจะรู้ว่าเมืองไทย มีสถานที่สวยงาม อากาศดีๆ ไม่แพ้ที่ใดในโลก

 

การเดินทาง รถยนต์ ใช้ถนนสายเอเชีย ไปถึง จ.นครสวรรค์

เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 101 มุ่งหน้าจังหวัดน่าน ออกจากเมืองน่านประมาณ 48 กิโลเมตร ถึง อ.ท่าวังผา

ถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าเข้าทางหลวงหมายเลข 1148 ไปทาง อ.เชียงคำ ประมาณ 18 กิโลเมตร

จะมีป้ายบอกไปบ้านสันเจริญ เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 17 กิโลเมตร ถึงบ้านสันเจริญ

ติดต่อคุณกริช โทร 086-3907737

 

 

 

9 9 788
User Pic
ผู้เขียน Go North Thailand
วันที่ 2016-12-14 16:44:32
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Static page link to out partner