เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนดินของพ่อ เพื่อประโยชน์ของปวงประชา

เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนดินของพ่อ เพื่อประโยชน์ของปวงประชา

#เล่าเรื่อง...ในเส้นทางตามรอยพระบาท 


ภาพจาก www.ในหลวง๘๔.ไทย

ข้าพเจ้าเห็นพ้องกับรัฐบาลว่า โครงการอเนกประสงค์โครงการแรกของประเทศไทยนี้ เป็นจุดเริ่มต้น ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ก้าวใหม่ ให้ไพศาลออกไป ปัจจุบัน น้ำเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงชีวิต และน้ำกับไฟฟ้าส่งเสริม ความเจริญก้าวหน้า ของชีวิต เมื่อพลเมืองเพิ่มมากและเร็ว ก็ต้องเพิ่มน้ำและไฟฟ้าให้ทันความต้องการ ของพลเมือง
พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาส เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2507  

 


แม่น้ำน่าน   นับเป็นลำน้ำสาขาสำคัญสายหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา มีต้นกำเนิดจากดอยภูแว ในเทือกเขา หลวงพระบาง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนกับประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ในเขตท้องที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน ลำน้ำน่านตอนต้นไหลไปทางทิศเหนือ คดเคี้ยวไปทางทิศตะวันตก แล้วไหลผ่านอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ในช่วงนี้จะมีที่ราบริมฝั่งแม่น้ำ ติดต่อกันจนถึง อำเภอสา จังหวัดน่าน แต่ก็เป็นที่ราบแคบ ๆ จากนั้น แม่น้ำน่านจะไหลผ่านหุบเขา ในเขตพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เข้าเขตอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ แล้วไหล ไปทางทิศใต้ ผ่านจังหวัด อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร ไปบรรจบกับแม่น้ำยม ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหลรวมกับแม่น้ำปิง ที่ตำบลแควใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไปโดยมีความยาวตลอดลำน้ำถึง 615 กิโลเมตร ซึ่งนับว่ายาวที่สุด ในบรรดาแควต้นน้ำเจ้าพระยาด้วยกัน และมีพื้นที่ลุ่มน้ำถึง 33,130 ตารางกิโลเมตรที่ราบสองฝั่ง แม่น้ำน่าน ตั้งแต่จังหวัดอุตรดิตถ์ลงมาจำนวน 1,800,000 ไร่ ในเขตชลประทานพิษณุโลก นับว่าเป็นทุ่งราบที่สำคัญแห่งหนึ่งในประเทศ และเหมาะแก่การเกษตรกรรมอย่างยิ่ง ซึ่งแต่ก่อน มักถูกน้ำท่วม เป็นประจำเพราะไม่มีระบบควบคุมน้ำ    
การก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในอ่างสำหรับประโยชน์ ทางด้านการชลประทาน และการผลิตกระแสไฟฟ้า


​ภาพ sirikitdam.egat.com

การก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ได้แบ่ง งานออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนตัวเขื่อนและองค์ประกอบกับส่วนโรงไฟฟ้าและองค์ประกอบ การก่อสร้างตัวเขื่อน และองค์ประกอบ ดำเนินการ โดยกรมชลประทาน งานก่อสร้างตัวเขื่อนและองค์ประกอบได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2511 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จ พระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์เขื่อนสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2514 งานก่อสร้างตัวเขื่อนและองค์ประกอบได้แล้วเสร็จเมื่อปี 2515


ภาพ sirikitdam.egat.com

โรงไฟฟ้าและองค์ประกอบได้แล้วเสร็จเมื่อปี 2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนสิริกิติ์ และโรงไฟฟ้าอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2520 หลังจากงานก่อสร้างตัวเขื่อน และโรงไฟฟ้า เสร็จเรียบร้อยแล้วกรมชลประทาน ได้มอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รับผิดชอบในการควบคุมดูแลรักษาเขื่อน


นอกจากนี้ยังมีโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้จิตอาสารวมสร้างฝายและปลูกแฝก


ภาพจาก sirikitdam.egat.com

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๓ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗๘ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระรมราชินีนาถิ และจัดทำโครงการปลูกป่าต้นน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ๘๐ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๕  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะหน่วยงานสังกัดกระทรวงพลังงานที่ได้รับพระกรุณาธิคุณอย่างต่อเนื่องเสมอมา เพื่อให้การดำเนินงานต่อเนื่อง ในปี พ.ศ.๒๕๕๖ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)จึงได้จัด “โครงการ ชุมชนรักษ์ต้นน้ำ ” โดยมีแนวทางในการดําเนินงานตามแนวพระราชเสาวนีย์ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ป่าและน้ำ ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์รอบเขื่อนสิริกิติ์


เขื่อนสิริกิติ์       เป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก่อสร้างขึ้น ตามโครงการพัฒนา  ลุ่ม น้ำน่าน เดิมชื่อ "เขื่อนผาซ่อม" ต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถขนานนามว่า "เขื่อนสิริกิติ์" เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2511 ก่อสร้างขึ้น ปิดกั้นแม่น้ำน่าน ณ บริเวณเขาผาซ่อม ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ อยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 58 กิโลเมตร          

 

จังหวัดอุตรดิตถ์ห่างจากกรุงเทพฯ 491 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปได้ 2 เส้นทาง คือ 
1. จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์ จากนั้นใช้เส้นทาง 117 เข้าพิษณุโลก และทางหมายเลข 11 จนถึงอุตรดิตถ์ 

2. ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ – สิงห์บุรี แล้วขับเลยไปถึงอำเภออินทร์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 311) แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 11 (สายอินทร์บุรี-ตากฟ้า) จนถึงทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) เลี้ยวซ้ายไปอีก 8 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 11 จนถึงอุตรดิตถ์



สะพานนี้ในช่วงเริ่มฝนจะมองเห็นแม่น้ำปาด สีส้ม กับแม่น้ำน่าน สีเขียว จะมองเห็นสีตัดกันอย่างชัดเจน

หันมองมาอีกด้านของสะพานจะเป็นสีส้มของแม่น้ำปาด 


เดินทางต่อไปยังบริเวณวังอัจฉา เพื่อเดินสะพานแขวน   สะพานเฉลิมพระเกียรติ บรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นจุดปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่แม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่หน่วยงานต่างร่วมมาเป็นจิตอาสาและกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล 






 

จากนั้นเดินทางไปยังสันเขื่อน ชมวิวอ่างเก็บน้ำ กันครับ

เขื่อนสิริกิติ์เป็นเขื่อนดินมีแกนเป็นดินเหนียว สูงจากท้องน้ำ 113.60 เมตรสันเขื่อน อยู่สูงกว่าน้ำทะเลปานกลาง 169 เมตร กว้าง 12 เมตร โดยมีฐานตอนกว้างสุด 630 เมตร การก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ทำให้เกิดอ่างเก็บขนาดใหญ่ เหนือเขื่อนมีเนื้อที่ 260 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 162,500 ไร่ มีความยาวตามลำน้ำขึ้นไปจนจรดที่ราบ ของ อำเภอสา จังหวัดน่าน 129 กิโลเมตร ส่วนกว้างที่สุด 20 กิโลเมตร 

เมื่อจอดรถแล้วเดินมายังป้ายเขื่อนถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก มองไปยังอ่างเก็บน้ำที่กว้างใหญ่ แล้วเดินมาไปยังบริเวณสันเขื่อนเพื่อชมวิวอ่างเก็บน้ำแบบเต็มตา



เห็นเรือโดยสารริมฝั่ง

 

จากสันเขื่อนมองไปฝั่งอ่างเก็บน้ำมองไปไกลสุดสายตาเห็นทิวเขาลิบๆ


หันมองมาอีกด้านเป็นโรงไฟฟ้า กลางป่าเขียวชอุ่มตัดกับทองฟ้าปุยเมฆสีฟ้าสดใส อากาศสดชื่นมากครับ


ซูมเข้ามาใกล้ๆอีกหน่อย

มองไปยังบริเวณทานอาหารของร้านค้า มีบันไดลงมาถึงจุดลงเรือ

 

หิวแล้ว  ไปกินปลาเผากันดีกว่าครับ วันนี้ปลาตะโกก ปลาแรด ปลาทับทิบหมด เหลือแต่ปลาหมอเทศ ก่อนซื้อปลาถามราคาก่อนนะครับ ราคาจะตามน้ำหนักไม่ตามเมนู ถ้าซื้อกลับบ้านก็ถามราคาก่อนครับ เพื่อความปลอดภัยของเงินในกระเป๋าเรา แม่ค้าจะเลือกให้ตัวใหญ่และทำเลยไม่ถามเราก่อนเผา

เก็บตะวันบนสันเขื่อนสิริกิติ์ หม่ำปลาเผาเนื้อหวานกับน้ำจิ้มรสเด็ด ถึงรสต้มยำปลากด ทอดมันปลาอร่อยสุด

ปลาหมอเทศเผา และน้ำจิ้มรสเด็ด


ต้มยำปลาคัง




ไส้ย่าง และส้มตำหมูย่าง


หลังทานเสร็จก็เดินย่อยถ่ายรูปเล่นก้นบนสันเขื่อน

เก็บบรรยากาศถ่ายรุปกันหนุกหนาน จากสันเขื่อนเดินทางมาต่อกันที่ชมวิวแม่น้ำสองสี ที่บริวณสวนสุมาลัย

 สวนสุมาลัยเป็นส่วนที่ กฟผ. สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาศทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2535 ด้วยตระหนักถึง พระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อ กฟผ. เสมอมานับแต่ ได้พระราชทาน พระนามาภิไธย เป็นชื่อเขื่อนสิริกิติ์ และได้เสด็จประทับแรมเป็นการ ส่วนพระองค์ ในเขื่อนต่าง ๆ ของ กฟผ.หลายครั้งทางเขื่อนสิริกิติ์ จึงเห็นสมควร จัดสร้าง สวนสุมาลัยเพื่อเทิดพระเกียรติ และ แสดงความ จงรักภักดี ต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสนี้ด้วย    สวนสุมาลัยได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 1เมษายน 2533 บนเนื้อที่ประมาณ 60 ไร่ โดยใช้งบประมาณ 17,759,000 บาท และ แล้วเสร็จเมื่อวันที่11สิงหาคม 2535 โดยสมเด็จพระ บรมโอรสาธิราช สยามกุฏราชกุมารได้เสด็จมาทรงเปิด สวนสุมาลัย อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2536

 

ประติมากรรมสู่แสงสว่าง          สัญญลักษณ์ของสวนสุมาลัย ที่สำคัญได้แก่ ประติมากรรมสู่แสงสว่าง ซึ่งทำด้วยโลหะสัมฤทธิ์เป็น รูปดอกบัวตูม ชูก้านระหว่างใบบัว 2 ใบ มีความสูงประมาณ 6 เมตร ตั้งอยู่บนแท่นกระเบื้องสี่เหลี่ยม ทำด้วยกระเบื้อง เซรามิคสีน้ำเงินเข้ม ด้านข้างทั้งสี่ของแท่น เขียนเป็นลวดลาย ผ้าทอพื้นเมือง ของจังหวัด

 ความหมายของ  ปติมากรรมสู่แสงสว่าง ดอกบัว เป็นบ่อเกิดของศิลปะ และก็เป็นสิ่งที่แสดงถึงสติปัญญา ส่วนในทางพุทธศาสนาก็ถือว่าดอกบัว เป็นของสูง เป็นเครื่องหมาย ของการเคารพบูชา ดังเช่นพระองค์ท่าน ทรงอยู่ในฐานะสูงส่ง เป็นที่เคารพ เทิดทูนของพสกนิกรทั้งปวง ทรงสนพระทัย และริเริ่มส่งเสริม งานศิลปะ ซึ่งไม่เคยมีผู้สนใจมาก่อน ให้เป็นที่ รู้จักและนิยมแพร่หลาย ซึ่งนอกจากจะเป็น การส่งเสริม และอนุรักษ์ศิลปะ ของไทยแล้ว ยังช่วยให้ราษฎรมีชีวิต และความ เป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ก้านดอกบัวซึ่งชูตรงขึ้นมาจากฐานกระเบื้องสีน้ำเงิน อันเปรียบเสมือนพื้นผิวน้ำมัน ก็เปรียบเสมือนระดับปัญญาที่สว่างไสวแล้ว   ดังที่พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบสติปัญญาของคนเรา ไว้ 4 ระดับ สอดคล้องกับพระปรีชาสามารถและพระจริยวัตร ของพระองค์ท่าน

 

เดินมายังฝั่งแม่น้ำน่านเพื่อชมวิวแม่น้ำสองสี 

 

ปรากฏการณ์แม่น้ำสองสีที่เกิดขึ้น เกิดจากน้ำที่ไหลอออกจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ (น้ำธรรมดาที่มีสีใส) ไหลมาจากแม่น้ำน่าน หลังจากนั้นไหลมาบรรจบกับแม่น้ำปาด จากฝั่งสะพานน้ำปาด ที่มีสีน้ำตาลแดงขุ่น อันเกิดจากการชะล้างของน้ำฝน และเมื่อแม่น้ำทั้งสองสายและสองสีมาบรรจบเจอกัน จึงเกิดเป็นปรากฏการณ์แม่น้ำสองสี 

 

จากเขื่อนสิริกิติ์เดินทางต่อไปเส้นทางหวงหมายเลข 1045 สายอุตรดิตถ์-เขื่อนสิริกิติ์ ผ่านสามแยกร่วมจิต ทางเข้าอำเภอท่าปลา ไปจนถึงบ้านห้วยเจริญ มีป้ายอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน เข้าไปตามทางลูกรังอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์

อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน  มีพื้นที่อยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดแพร่ และอำเภอท่าปลา อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ พื้นที่ป่าปกคลุมตามเทือกเขาสลับซับซ้อนที่อยู่สูงกว่าระดับเก็บกักน้ำสูงสุดของเขื่อนสิริกิติ์ ประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำยมในเขตจังหวัดแพร่ และลำน้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำน่านในจังหวัดอุตรดิตถ์ มีพื้นที่ประมาณ 624,468 ไร่ หรือ 999.15 ตารางกิโลเมตร โดยรวมพื้นที่ทั้งหมดราว 203 ตารางกิโลเมตร ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิตติ์เข้าไว้ด้วย

จอดรถกันแล้ว เดินลงเนินกันไปจุดชมวิวครับ


ณ จุดชมวิว เราชมวิวพาโนราม่า กันเต็มอิ่ม ถ้าน้ำเยอะกว่านี้จะสวยมากๆ เลยครับ

 


ชมวิวเต็มอิ่มแล้ว เดินต่อลงมาข้างล่าง มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น


มีม้านั่ง และตอไม้ใหญ่ให้นั่งพักกาย


 

มองเต็มแบบพาโนรามา

 

นอนเอนกายใต้ต้นไม้ มองขึ้นบนฟ้า กิ่งไม้แผ่ยื่นขยายสุดขอบตา

เดินต่อไปอีกเข้าใกล่น้ำเรื่อยๆ

อากาศร้อนจัดในเวลากลางวัน ฤดูฝนอยู่ระหว่าง เดือน พฤษภาคม - ตุลาคม ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยประมาณ 1,440 มิลลิเมตร/ปี ฤดูหนาวในบริเวณยอดดอยและเทือกเขามีอากาศหนาวจัด ซึ่งเหมาะแก่การท่องเที่ยว

นั่งชมวิวสักพัก  ท้องฟ้ายามเย็นเห็นแสงร่ำไร



แสงตะวันเริ่มลับขอบฟ้า มีจุดชมวิวที่สวยงาม แต่ต้องเดินทางจากเส้นทางนี้อาจจะขรุขระบ้างนะครับ

แต่พอมาถึงจุดชมวิวแล้วเป็นวิวเกาะแก่งดินบนแผ่นน้ำที่เงียบสงบ ท่ามกลางท้องฟ้ายามสนธยาสวยงามมากครับ

 

เส้นทางตามรอยพระบาท เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่พ่อของแผ่นดินได้มองเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำ และพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประโยชน์จากการสร้างเขื่อนเพื่อประชาชนชาวไทย

เขื่อนสิริกิติ์จึงเป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศของพ่อของแผ่นดิน สร้างขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของปวงประชา มีอเนกประสงค์ประโยชน์ที่ได้จากเขื่อนนี้มีหลายประการคือ



การชลประทาน น้ำจากอ่างเก็บน้ำจะถูกปล่อยออกไปยังพื้นที่เพาะปลูก ในที่ราบสองฝั่งแม่น้ำน่านกับพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยาทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ในปริมาณที่ได้มีการตกลง ร่วมกันไว้กับกรมชลประทาน

การบรรเทาอุทกภัย อ่างเก็บน้ำจะช่วยเก็บกักน้ำที่อาจจะไหลบ่าลงมาช่วยบรรเทาการเกิดอุทกภัยในทุ่งราบสองฝั่ง แม่น้ำน่าน ตลอดจนทุ่งเจ้าพระยาลงมาถึงกรุงเทพมหานคร

การผลิตกระแสไฟฟ้า น้ำที่ปล่อยออกไปเพื่อการชลประทานจะผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้ง 4 เครื่อง ให้พลังงานไฟฟ้า 500,000 กิโลวัตต์ ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าของประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น

การประมง กฟผ.ได้นำพันธุ์ปลาน้ำจืดหลายชนิดปล่อยลงอ่างเก็บน้ำเป็นจำนวนมากทำให้กลายเป็น แหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่ช่วยเสริมรายได้ให้กับราษฏรบริเวณใกล้เคียง

การคมนาคมทางน้ำ ช่วยให้การคมนาคมทางน้ำบริเวณเหนือเขื่อนไปยังจังหวัดน่านสะดวก และใช้งานได้ตลอดปี

การท่องเที่ยว เขื่อนสิริกิติ์มีทิวทัศน์ที่สวยงามโดยเฉพาะในฤดูหนาว ความเงียบสงบของบรรยากาศ ประกอบกับพืชพันธุ์ไม้ที่งามสะพรั่งเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจ นักท่องเที่ยวให้ไปเยือนไม่ขาดสาย 


 

 

6 4 781
User Pic
ผู้เขียน Joker Twenty-th
วันที่ 2016-11-05 18:27:45
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Static page link to out partner